Preview 6 เพลงใหม่จาก Smallroom ในคอนเซปต์ “ฟังเพลงไทย เก๋ไก๋ ไม่เหมือนใคร” ที่ขนศิลปินเก่าใหม่มาอย่างจุใจ

01 ถ้าพูดถึง Smallroom ปีที่แล้ว ปี ค.ศ. 2014 แม้มองผ่าน ๆ อาจมองว่าเรื่อย ๆ ไม่หวือหวามากนัก จำนวนอัลบั้มเต็มก็เหมือนจะไม่เยอะ หากเทียบกับค่ายอื่นที่ปีนั้นออกอัลบั้มกันมาเยอะพอดู แถมยังเป็นปีที่เราแอบเป็นห่วงพวกเขาอยู่เล็กน้อย เพราะมีการเดินออกจากค่ายทั้งทีมงานและศิลปินบางส่วน เช่น The Yers, Superbaker ที่ออกไปอยู่ค่ายใหม่ When ที่แยกวง (ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป) และล่าสุดก็เพิ่งมีออกไปอีกวงช่วงปลายปี แต่ถ้ามองในแง่การโปรโมทหรือปล่อยผลงาน ปีที่แล้วก็ประสบความสำเร็จตั้งแต่ต้นปีกลางปี ที่จัดคอนเสิร์ตให้ศิลปินได้ถึงสามวง ปล่อยอัลบั้มเต็มของ Tattoo Colour และจีน กษิดิศ ที่ทั้งคุณภาพและกระแสดีในระดับหนึ่ง ปล่อยซิงเกิลออกมาหลายวง รวมถึงช่วงครึ่งหลังของปี กับการปล่อยเพลงใหม่ของ Slur โดยใช้วิธีปล่อย Live Session ก่อน พร้อมกับพลิกแนวเพลงตัวเองอีกครั้ง ซึ่งก็ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ที่ต้องเรียกว่าประสบความสำเร็จระดับสูงจริง ๆ คือการปล่อยเพลงใหม่ของ Polycat พร้อมกัน 3 เพลงรวด โดยแนวดนตรีเปลี่ยนเป็น Synth Pop ยุค 80 ที่เท่มาก พร้อมกับการหยิบบางส่วนจากภาพยนตร์ “พริกขี้หนูกับหมูแฮม” หนังดังในยุค 80 ตอนปลาย มาประกอบ แล้วทำเป็นมินิซีรีส์ 3 เพลงรวด จากโดยรวมตลอดปีที่ผ่านมา ก็ถือว่า Smallroom ทั้งวงดนตรี และทีมงานที่คิดวิธีประชาสัมพันธ์ ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง และเราก็ยังไม่อาจตัดพวกเขาออกจากค่ายหรือกลุ่มคนที่มีการสร้างสรรค์งานเพลงที่น่าสนใจมากไปได้เสียทีเดียว

พี่รุ่ง-รุ่งโรจน์ อุปถัมภ์โพธิวัฒน์ ผู้บริหารและหนึ่งในผู้ก่อตั้งค่าย ได้เคยกล่าวไว้ในบทสัมภาษณ์นิตยสารฉบับหนึ่งว่า ปัจจุบัน Smallroom มีศิลปินทั้งหมด 11 ศิลปิน แต่มีแค่ 4 ศิลปินที่ประสบความสำเร็จ (Tattoo Colour, The Richman Toy, Greasy Cafe และ จีน กษิดิศ) ยังเหลืออีก 7 วงที่ต้องพยายามทำให้ดัง ซึ่งก็ต้องเป็นหน้าที่ของศิลปินที่สร้างงานดี ๆ และค่ายเพลงที่ต้องคิดวิธีการเผยแพร่งานออกมา โดยปีนี้พวกเขาเริ่มด้วยไอเดียใหม่ ที่จะปล่อยเพลงใหม่ของ 6 ศิลปิน ที่มีความแตกต่างและน่าสนใจออกมาภายใต้คอนเซปต์ “ฟังเพลงไทย เก๋ไก๋ ไม่เหมือนใคร”  6 เพลงรวดแบบเป็น Playlist เรียงต่อกัน ในวันที่ 24 มีนาคมที่จะถึงนี้ โดยก่อนจะถึงวันนั้น Smallroom ก็ได้ปล่อยภาพปริศนา พร้อมบางส่วนของเพลงออกมาก่อน เพื่อให้คนสงสัยว่าเพลงอะไรยังไง และยังเชิญนักฟัง นักวิจารณ์ และเว็บไซต์ดนตรีหลากหลาย ให้ลองมาฟังและแนะนำวิเคราะห์วิจารณ์ทั้ง 6 เพลงนี้ก่อนใคร ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ได้รับเกียรติจากทางค่ายให้ไปลองฟัง แล้วกลับมารีวิวกัน ซึ่งจากที่ได้ฟังมา ก็พบความน่าสนใจของแต่ละเพลง จะมากจะน้อยก็ปะปนกันไป และได้พูดคุยกับพี่หมวก ทีมงานของ Smallroom ก็ทำให้เข้าใจตัวภาพ ตัวเพลง ตัวศิลปินมากขึ้น จึงขอรีวิวให้อ่านกัน อ่านเพิ่มเติม

[Review] Edge Of Tomorrow ซูเปอร์นักรบดับทัพอสูร : เกิดแล้วตาย อีกกี่ครั้ง…. ก็ยังสนุก

edge01

หลายคนชอบพูดว่า “ฮอลลีวูดจับของเอเชียไปทำหนัง มักจะแย่” ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าถูกอย่างที่เขาว่าประมาณหนึ่งเหมือนกัน เท่าที่นึกออกใหม่ล่าสุดตอนนี้ก็เช่น 47 Ronin จากญี่ปุ่น, OldBoy จากเกาหลี หรือแม้กระทั่ง 13 Sins จาก 13 เกมสยอง ของไทย ก็ออกมาได้น่าผิดหวังเช่นกัน มีน้อยเรื่องนักที่นึกออกว่าทำออกมาแล้วดี หนึ่งในนั้นคือ Edge Of Tomorrow ที่สร้างจากเรื่อง ‘All You Need is Kill’ นิยายไลท์โนเวลสัญชาติญี่ปุ่น ตีพิมพ์เมื่อปี 2004 เรื่องนี้นี่เอง อ่านเพิ่มเติม

[Review] Scrubb : Clean สะอาด สว่าง สนุก สครับบ์

scrubb01ถ้าว่ากันอย่างละเอียดแล้วนั้น Scrubb จัดเป็นวงดนตรีที่มากด้วยประสบการณ์ และจำนวนผลงาน ทั้ง 4 อัลบั้มเต็มเมื่อนับชุดนี้ด้วย 1 อัลบั้มพิเศษ และ 1 EP รวมเป็น 6 ชุด* ซึ่งทั้ง 6 ชุดนั้น แม้จะเป็นงานของพวกเขาล้วน ๆ แต่งคำร้อง ทำนองกันเองเหมือนเดิม แนวเพลงที่นิยมชมชอบสุ้มเสียงดนตรีฝั่งอังกฤษเหมือนเดิม แต่ก็มักจะมีจุดที่แตกต่างกันเสมอ ซึ่งคงไม่ต้องเล่าย้อนกันไปไกลนัก เพราะหลายคนคงรู้จักมักคุ้นทั้งบทเพลงแต่ละอัลบั้ม และตัวตนของสองหนุ่มแว่น ทั้ง บอล–ต่อพงศ์ จันทบุบผา และ เมื่อย–ธวัชพนธ์ วงศ์บุญศิริ เป็นอย่างดี อ่านเพิ่มเติม

[Review] Hui United : Hui United (Album: 1)

01

ในวงการเพลง นอกจากการทำเพลง ทำอัลบั้ม ที่ชื่อศิลปิน มักจะเป็นผู้ขับร้องเองในกรณีศิลปินเดี่ยว หรือเป็นนักร้องนำในกรณีวงดนตรีนั้น ก็ยังมีอีกจำพวกหนึ่ง ที่เจ้าของผลงาน ทำหน้าที่แต่งเพลงออกมา แล้วกระจายทุกเพลง หรือบางเพลงต่อให้คนอื่น ๆ ที่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวในเพลงด้วยเสียงร้องได้ดีกว่า คัดสรรนักดนตรีมาช่วยเรียบเรียงเพลง จนเป็นอัลบั้ม ซึ่งรูปแบบนี้เราคงเห็นได้ชัดเจน และง่ายสุด จากงานอัลบั้มเต็มทุกอัลบั้มของ บอย โกสิยพงษ์ และมีอีกหลายศิลปิน ที่ทำลักษณะคล้ายกัน เช่น โปรเจกต์ Sleepless Society ของหนึ่ง ณรงค์วิทย์, โปรเจกต์ Love maker by am.pm. ของสองนักแต่งเพลง แม็ค-ปิง รวมทั้งงานเดี่ยวของ แม็ค ศรัณย์ ที่อัลบั้มจะตามมาในอนาคต, Synkornize, Studiotomo, Sleeper1, Save Da Last Piece, เอิ้น พิยะดา ฯลฯ หรือขนาดแสตมป์ อภิวัชร์ ก็เคยคิดจะทำแบบนี้ใน Million Ways To Write Part 1 ซึ่งข้อดีของงานแนวนี้ คือ การเปิดกว้างในเรื่องนักร้อง นักดนตรี แนวเพลงมากขึ้น ทำให้มีผู้บอกเล่าเรื่องราวได้เหมาะสม หลากหลายขึ้น อัลบั้มเดียวกัน สามารถสร้างเรื่องราว เล่าจากคนวัยใด เพศใด บุคลิกแบบใด ก็ได้

ฮุย-อาภากร บุญคงชื่น เจ้าของนามแฝงว่า Hui United ก็เป็นหนึ่งในนั้น อ่านเพิ่มเติม

[Review] Supersub : Therapy

s01 ต้องออกตัวแรงไว้ล่วงหน้าก่อนว่าผู้เขียนไม่ใช่แฟนของวง Supersub มาตั้งแต่ต้น ยังไม่เคยซื้องานในสองอัลบั้มแรกของวงนี้เลย ได้ฟังเพลงของวงนี้แค่เพลงโปรโมท แต่ก็ยังพอรู้ว่า พวกเขาเริ่มต้นอัลบั้มแรก “Start” เมื่อปี 2006 ในสังกัดสนามหลวงกับดนตรีแบบ Pop Rock ที่มีลุคและตัวเพลงมีกลิ่นอาย J-Rock ผสมอยู่ และแม้ว่าจากสมาชิก 3 คน เหลือแค่ 2 คน (กล-สกล สุวรรณาพิสิทธิ์ (ร้องนำ) และ กัน-กัลย์ วงศ์วิทวัส (กีต้าร์)) ในอัลบั้มถัดมา “Zero” (2008/ สนามหลวง) งานเพลงของพวกเขาก็ไม่ได้ขาดตกลงไปตามจำนวนสมาชิกที่ลดลง หากแต่ยังนำประสบการณ์ที่มากขึ้นมาเพิ่มความเยี่ยมในตัวเพลง ทำให้น่าสนใจขึ้น ระหว่างทาง พวกเขาได้เพื่อนสนิทคนหนึ่ง มาช่วยเหลือและกลายเป็นสมาชิกหลักในเวลาถัดมา นั่นคือ บ๋อม-สุวาทิน วัฒนวิทูกูร อดีตสมาชิก Potato ต่อมา พวกเขาได้ย้ายชายคามายัง Believe Records พร้อมกับปล่อยซิงเกิ้ล Awaken ซึ่งต่อมากลายเป็นเพลงที่มีความนิยมสูงสุดประจำปีของคลื่น Fat Radio ประจำปีนั้น และพวกเขาก็เริ่มปั้นอัลบั้มชุดใหม่ขึ้นมา พร้อมกับสมาชิกที่เข้ามาเติมเต็ม นั่นคือ ฝ้าย-นริศรินทร์ จันทร์พรายศรี มือเบสวง OverMe และ อั้ม-สิทธิชน จุลโคตร มือคีย์บอร์ดที่ก่อนหน้านี้เคยร่วมงานกับวง Dubberfield จนกลายเป็นอัลบั้มที่ชื่อว่า Therapy อัลบั้มเต็มชุดที่สามของวงนี้ อ่านเพิ่มเติม

เมนูของพ่อ (Short Review)

menuเมนูของพ่อ (2013)

นำแสดง : พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย, สายเชีย วงศ์วิโรจน์, พิง ลำพระเพลิง, บิลลี่ โอแกน
กำกับ : ภาม รังสี

เพิ่งได้เช่าเรื่องนี้มาดู เพราะส่วนตัวสนใจงานของ ภาม รังสี นิดหน่อย ได้เห็นตัวอย่างภาพยนตร์ของเขา ตั้งแต่ เมนูของพ่อ, โลงจำนำ ที่เพิ่งออกแผ่น และล่าสุด สยองสองบรรทัด ที่น่าจะเข้าฉายปีนี้ แล้วพบว่าทำตัวอย่างเรียกน้ำย่อยได้น่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่องนี้ที่เรียกน้ำย่อยได้ทั้งความน่าสนใจของตัวอย่าง รวมทั้งน้ำย่อยในกระเพาะจริง ๆ เพราะภาพอาหารที่ออกมาน่าดูมาก

ในหนังนั้น ชื่อ “เมนูของพ่อ” เป็นชื่อรายการที่เชฟเอียน (เล่นโดยเชฟเอียน-พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัย จริง ๆ) ต้องการทำรายการแข่งทำอาหาร ในคอนเซปต์เมนูของพ่อ จนสุดท้ายได้สามคนมาแข่งในรอบชิง คือ โทนี่ (สายเชีย วงศ์วิโรจน์) เจ้าของร้านอาหารตามสั่ง ที่มีหนีสิ้นท่วมตัว, สุนทร (พิง ลำพระเพลิง) หนุ่มที่ชอบทำอาหารให้แฟนวัยเด็กกว่ากิน และ มงคล (บิลลี่ โอแกน) พ่อคนขับรถตู้ที่ทำอาหารให้ลูกสาวทาน มาแข่งเพื่อรางวัลใหญ่

อ่านเพิ่มเติม

[Review] LOMOSONIC : ECHO & SILENCE

01

จากวง Lomo ที่ปลุกปั้นเดโมมาพักใหญ่ และสั่งสมฝีมือจากการประกวดดนตรี กลายเป็นวง Lomosonic ที่เริ่มเป็นที่สนใจจากคนฟังหลังจากอัลบั้มแรกของพวกเขา Fireworks ได้เปิดตัวออกไป พร้อมกับการทยอยปล่อยทีละเพลงไปตามคลื่นวิทยุและเว็บไซต์ พวกเขาก็ค่อย ๆ เป็นที่รู้จักเรื่อย ๆ ด้วยความดิบ สด และเกรี้ยวกราด ทั้งตัวเพลงในอัลบั้ม และการแสดงสด รวมทั้งเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ของบอย นักร้องนำ ระหว่างทางจากอัลบั้มแรก พวกเขาได้พบความเปลี่ยนแปลง (ที่ตรงกับชื่อเพลงสุดท้ายในอัลบั้ม Fireworks) หลายอย่าง ทั้งการขาดหายของสมาชิก คือ อั๋มที่ไปเรียนต่อ อีกทั้งมีความเห็นในแนวทางเพลงที่ไม่ตรงกัน และ ทองเอกที่ออกจากวงเนื่องจากงานสถาปนิกของตนทำให้ไม่มีเวลาให้วงมากพอ ทั้งการเปลี่ยนแปลงในด้านดนตรีที่ลดทอนความดิบ ความสด และเกรี้ยวกราดลงเรื่อย ๆ ตั้งแต่ ใครจะหยุดความเหงา ซิงเกิ้ลระหว่างทางของวง จนถึงอีก 19 เพลงในอัลบั้มชุดนี้ แต่ในความดิบ สด เกรี้ยวกราด ที่ลดลง ก็มีความเนี้ยบ นิ่ง ป๊อบที่อุดมด้วยความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นตามมาเรื่อย ๆ ดูจากซิงเกิ้ลถัดมาของพวกเขา ตั้งแต่ ถึงเวลา, ความรู้สึกของวันนี้, อยากจะรักแค่ไหน และ เก็บไว้ ก็ทำให้ ECHO & SILENCE งานอัลบั้มเต็มชุดที่สองของวงนี้ยังคงน่าสนใจอยู่ดี อ่านเพิ่มเติม