[Review] LOMOSONIC : ECHO & SILENCE

01

จากวง Lomo ที่ปลุกปั้นเดโมมาพักใหญ่ และสั่งสมฝีมือจากการประกวดดนตรี กลายเป็นวง Lomosonic ที่เริ่มเป็นที่สนใจจากคนฟังหลังจากอัลบั้มแรกของพวกเขา Fireworks ได้เปิดตัวออกไป พร้อมกับการทยอยปล่อยทีละเพลงไปตามคลื่นวิทยุและเว็บไซต์ พวกเขาก็ค่อย ๆ เป็นที่รู้จักเรื่อย ๆ ด้วยความดิบ สด และเกรี้ยวกราด ทั้งตัวเพลงในอัลบั้ม และการแสดงสด รวมทั้งเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ของบอย นักร้องนำ ระหว่างทางจากอัลบั้มแรก พวกเขาได้พบความเปลี่ยนแปลง (ที่ตรงกับชื่อเพลงสุดท้ายในอัลบั้ม Fireworks) หลายอย่าง ทั้งการขาดหายของสมาชิก คือ อั๋มที่ไปเรียนต่อ อีกทั้งมีความเห็นในแนวทางเพลงที่ไม่ตรงกัน และ ทองเอกที่ออกจากวงเนื่องจากงานสถาปนิกของตนทำให้ไม่มีเวลาให้วงมากพอ ทั้งการเปลี่ยนแปลงในด้านดนตรีที่ลดทอนความดิบ ความสด และเกรี้ยวกราดลงเรื่อย ๆ ตั้งแต่ ใครจะหยุดความเหงา ซิงเกิ้ลระหว่างทางของวง จนถึงอีก 19 เพลงในอัลบั้มชุดนี้ แต่ในความดิบ สด เกรี้ยวกราด ที่ลดลง ก็มีความเนี้ยบ นิ่ง ป๊อบที่อุดมด้วยความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นตามมาเรื่อย ๆ ดูจากซิงเกิ้ลถัดมาของพวกเขา ตั้งแต่ ถึงเวลา, ความรู้สึกของวันนี้, อยากจะรักแค่ไหน และ เก็บไว้ ก็ทำให้ ECHO & SILENCE งานอัลบั้มเต็มชุดที่สองของวงนี้ยังคงน่าสนใจอยู่ดี

02

ECHO & SILENCE เป็นอัลบั้มคู่ ที่อุดมด้วยเพลงร็อก เพลง Alternative ที่มีพลัง ความหนักหน่วง และความเนี้ยบเท่ 19 เพลง บวกอีก 1 Hidden Track ถูกจัดวางไว้กึ่ง ๆ เป็น Concept Album คือแต่ละเพลงมีเนื้อหาเกี่ยวโยงกัน หลายเพลงตัวดนตรีมีความเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน บางเพลงมีการยกเมโลดี้จากอีกเพลงมา และมีบางเพลงที่ทำหน้าที่เป็น Interlude ให้เพลงถัดไปในตัวก็มี ถึงมีบางเพลง ที่ฟังแล้วคล้ายจะหลุดไม่เข้ากับคอนเซปต์ไปบ้าง แต่ก็ยังพอจัดว่าเป็น Concept Album ได้ งานในอัลบั้มนี้ได้คนมาช่วยเหลือมากมาย โดยเฉพาะเบส ที่มีคนมาช่วยอัดเสียงให้หลายคนเช่น เพียว Polycat, ฝน Superbaker, วิน The Ginkz มี นะ Polycat มาช่วยเรื่องเสียงสังเคราะห์ในบางเพลง และมีนักแต่งเพลงในค่าย Smallroom มาช่วยหลายท่าน

03

อัลบั้มนี้ แผ่นแรกเริ่มด้วย ถึงเวลา เพลงที่มีเนื้อหาและดนตรี ให้อารมณ์ปลุกปั้น ให้กำลังใจ เพื่อก้าวเดินต่อไป ต่อด้วย อึด ร็อกหนัก ๆ จังหวะเร็ว ๆ มีลีดกีตาร์เท่ ๆ เป็นเอกลักษณ์ที่จะพบได้หลายเพลงในอัลบั้มนี้ ถ้าเดาไม่ผิดน่าจะใช้การ Tapping แต่ว่าเพลงนี้จะเข้มข้นครบเครื่องสุดเมื่อเทียบกับเพลงอื่น ทั้งด้วยความเร็วความหนักของเพลง การเรียบเรียงดนตรีของเพลงนี้ที่เรียกได้ว่าปล่อยของกันเต็มที่ อีกทั้งยังคงความป๊อบติดหูง่าย จังหวะชวนโดด อยากจะรักแค่ไหน ป๊อบร็อกจังหวะกลาง ๆ เนื้อหาแต่งขึ้นจากการจากไปของ ต้นฉิบ เพื่อนทีมงานค่าย Smallroom มุมมองพูดถึงการจากลากับความรัก ว่าควรมอบให้ไปอย่างเต็มที่ เผื่อวันที่ฝ่ายใดฝ่ายนึงจากไป จะได้ไม่เสียดาย เหยียบ เป็นอีกเพลงที่มีความมันไม่แพ้ อึด หากเพลง สบาย ของ Groove Riders เป็นการขับรถสปอร์ตเปิดประทุน แบบชิล ๆ ยามเย็น หนีรักช้ำไปตามสายควัน เพลงนี้คงเป็นการขับรถเก๋งที่แต่งสำหรับแข่ง แล้วพุ่งไปด้วยความเร็วสูง ฝ่าความมืดยามค่ำคืน หากใครหลงไหลความดิบแบบอัลบั้มแรก เพลงนี้น่าจะหวนให้คิดถึงได้ในระดับหนึ่ง Silence หนึ่งคำจากชื่ออัลบั้ม เพลงบรรเลงร็อกเท่ ๆ จังหวะกลาง เสียงกีตาร์สองตัวโดดเด่นค่อนข้างติดหู

04

ถ้าไม่อยากเสียใจ เพลงอกหักจังหวะกลาง ๆ พูดถึงการบอกลาในเวลาที่ควร เก็บความรักความช้ำ ณ ตอนนี้ให้เป็นภาพความทรงจำที่ดีที่สุด ก่อนที่มันจะบานปลาย แล้วเสียใจมากกว่านี้ ดนตรีอาจไม่โดดเด่นเท่าเพลงก่อนหน้า แต่ถ้าใครอยู่ในตำแหน่งเดียวกับที่เพลงเล่า ก็น่าจะอินได้ แรง เพลงอกหักอีกเพลง ดนตรีต่อเนื่องโทนคล้ายกันกับ ถ้าไม่อยากเสียใจ แต่ด้านเนื้อหาเสนอในมุมตรงข้ามกัน พูดถึงคนที่ถูกบอกเลิก ที่บางครั้งการทำร้ายทางร่างกาย จนความจำเสื่อม จนร่างกายฟกช้ำ สำหรับเขาอาจจะเจ็บน้อยกว่าการถูกทำร้ายทางใจด้วยคำลา สองเพลงช้าถูกวางติดกันในช่วงกลางอัลบั้มอย่างนี้ บางคนอาจรู้สึกมันดรอปลงไปจากเพลงอื่นไปบ้าง หรือซ้ำจนน่าเบื่อไปนิด แต่ก่อนจะคิดหรือรู้สึกเบื่อ เพลงเร็วอย่าง โปรด ก็ถูกวางอันดับถัดไปเพื่อแก้เบื่อ เพลงนี้เป็นเพลงเร็วที่มีกรูฟแตกต่างจากเพลงอื่น ๆ ในอัลบั้มพอสมควร กึ่ง ๆ เหมือนจะไปทาง Funky เล็กน้อย ส่วนตัวเป็นเพลงที่ชอบมากเพลงหนึ่งในอัลบั้มนี้ T minus 0 เพลงบรรเลงสั้น ๆ ลอย ๆ ด้วย Synthesizer ที่ช่วยเรียบเรียงโดย โต้ง-พลากร กันจินะ วง Polycat ก่อนจะปิดแผ่นแรกด้วย เสียง เพลงร็อกหนัก ๆ ดนตรีติดหู เนื้อหาเข้ม พูดถึงการออกเสียงในเรื่องต่าง ๆ ที่สุดท้ายเสียงบางคนก็ถูกเมินและเสียงนั้นกลับไร้ค่า ซึ่งใช้ได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเรื่องใหญ่ระดับชาติ หรือเรื่องเล็ก ๆ อย่าง ความรัก จุดเด่นอย่างหนึ่งคือการเรียบเรียงดนตรีที่เสริมอารมณ์และเนื้อหาเพลงให้สนุกขึ้น โดนขึ้น รวมทั้งปล่อยของโซโล่ท้ายเพลง ยาวประมาณนาทีกว่า ๆ คล้ายเป็น Outro ให้แผ่นแรก

05

แผ่นสองเริ่มด้วย Weakness เพลงบรรเลงที่คล้ายเป็น Interlude ส่งให้เพลงถัดไปได้อย่างเหมาะสม ความรู้สึกของวันนี้ เพลงโปรโมทอีกเพลง เป็นเพลงช้า ๆ ใช้คำพรรณนาให้เห็นภาพ เพื่อเน้นอารมณ์เหงา เศร้าจากการจากลา ซึ่งเพลงช้าก่อนหน้าในแผ่นแรก ไม่ค่อยมีเพลงที่ใช้วิธีเขียนแบบนี้ เพลงรัก เพลงจังหวะกลาง ๆ พูดถึงความคิดถึงของคน ที่มันยังติดอยู่ในเพลงรักแต่ละเพลง เมโลดี้เรียบ ๆ ไม่พุ่งสูงมาก ทำให้เวลาฟังเพลงนี้ในอัลบั้ม เลยกลายเป็นเพลงรักที่เริ่มซ้ำกับเพลงอื่น ไม่โดดเด่นมากนัก แต่ชดเชยด้วยท่อนโซโล่ยาวเหยียดท้ายเพลงที่เพลิน ๆ สาย เพลงที่ฉีกแนวออกมาด้วยดนตรีแนวอิเลคโทรนิค คล้ายจะมีคอนเซปต์แฝง ถึงไม่ติดหูมาก แต่ก็ช่วยให้ต้นแผ่นที่เริ่มเนือย ๆ กระฉับกระเฉงขึ้น และส่งต่อไปเพลงต่อไปอย่างสวยงาม เก็บไว้ หรือชื่อภาษาอังกฤษ Echo (ที่ตรงกับอีกคำหนึ่งของชื่ออัลบั้ม) เป็นอีกเพลงที่ครบเครื่องทั้งภาคดนตรีสนุกสนาน เรียบเรียงดีมาก เมโลดี้ติดหูง่าย และเนื้อหาโดน ๆ

06

ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องที่ต้องเข้าใจ ชื่อเพลงนึกถึง ฉันเข้าใจแต่ไม่เข้าใจ จากอัลบั้มแรก เพลงนี้มีเสียงกีตาร์โปร่ง และเสียงร้องเป็นหลัก ท่อนฮุคเน้นโชว์พลังเสียงเค้นอารมณ์เต็มที่ กอดคอ พูดถึงเพื่อน มิตรภาพ เป็นเพลงร็อกสนุก ๆ อีกหนึ่งเพลงในอัลบั้ม ก่อนจะปรับอารมณ์ลงเป็นเพลงป๊อบช้า ๆ แต่กินใจในสองเพลงท้าย เริ่มด้วย หลงทาง พูดถึงคนที่จากบ้านมา เพื่อทำตามฝันที่ต้องการ ตอนนี้เขาก็ยังหลงทางไปไม่ถึงเป้าหมายที่ต้องการ แต่ก็ยังไม่อยากจะย้อนกลับไปที่บ้าน จนกว่าจะสำเร็จเป้าหมาย ขอ เพลงบัลลาดช้าซึ้งมาก เนื้อร้องที่ไม่เร็วหรือเร่งรวบคำมากนัก ทำให้ฟัง นึกภาพตามทีละประโยค และมีอารมณ์ร่วมกับมันได้ไม่ยาก เสียงคอรัสสาวในเพลงนี้ (คุณเติ้ล วง When) ที่ประสานกับเสียงของบอย เหมือนคนรักกันรับส่งอารมณ์ความคิดถึง อาลัยอาวรณ์ให้แก่กัน และดนตรีที่ค่อย ๆ บิ๊วอารมณ์ขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เพลงนี้เป็นเพลงหนึ่งที่โดดเด่นมาก และคนฟังอัลบั้มนี้ นอกจากเพลงโปรโมท ก็มักจะแนะนำเพลงนี้ให้คนอื่นฟังต่อ ปิดท้ายด้วย ใครจะหยุดความเหงา ซิงเกิ้ลแรกของอัลบั้มนี้ที่ถูกวางเป็น Hidden Track

โดยรวมแล้ว อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มเพลงร็อกแพ็คคู่สองแผ่น 20 เพลงที่เข้มข้น มีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด จนถึงระดับลุ้นรางวัลแห่งปีจากสถาบันต่าง ๆ ได้ ทั้งด้านดนตรีที่เป็นแนวทางเดียวกัน ลดความเกรี้ยวกราด แต่ยังคงเข้มข้น แล้วเพิ่มความละเอียด และใส่อารมณ์ลงไปในเพลง เมโลดี้ติดหู คำร้องส่วนใหญ่จากฝีมือของบอย ก็มีความลึก มีจุดปลีกย่อย มีการเลือกเรื่องราวให้หยิบมาเล่ามากขึ้น การจัดเรียงเพลงได้ดี ฟังได้เรื่อย ๆ ทำให้อัลบั้มนี้เหมาะทั้งฟังนาน ๆ และมีลุ้นเข้าชิงรางวัลทั้งวงดนตรียอดเยี่ยม และอัลบั้มยอดเยี่ยมเลยด้วยซ้ำ ข้อเสียก็มีอยู่บ้าง ตรงที่หลายเพลงแม้จะมีรายละเอียดปลีกย่อยต่างกัน แต่ก็ยังวนซ้ำอยู่กับเรื่องความรัก ทำให้เมื่อเพลงไหนเรียบเรียงดนตรี หรือมีเมโลดี้ไม่โดดเด่น เพลงที่ซ้ำนั้นก็จะน่าเบื่อไปเลย แต่ก็ยังอยากแนะนำ เพราะข้อดีที่เยอะกว่ามาก อีกทั้งตัวบรรจุภัณฑ์ก็สวยงาม จัดเต็ม เหมาะแก่การสะสม ฉะนั้นถ้าใครชอบหรือประทับใจเพลงที่ปล่อยเป็นซิงเกิ้ลและมี MV ทั้ง 5 เพลงที่กล่าวไว้ในย่อหน้าแรก เพลงอื่น ๆ ในอัลบั้ม และบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเช่นกันครับ

เพลงแนะนำ
อึด, เหยียบ, Silence, ถ้าไม่อยากเสียใจ, แรง, โปรด, เสียง, Weakness, ความรู้สึกของวันนี้, เก็บไว้, กอดคอ, หลงทาง, ขอ

09

LOMOSONIC : ECHO & SILENCE
สมาชิก
พีระสิฐ พลตาล (บอย) : ร้องนำ
ฉัตรชัย งามสิริมงคลชัย (ป้อม) : กีตาร์
ปิติ เอสตราลาโด สหพงศ์ เดน โดมินิค (ปิติ) : กีตาร์
ชาญเดช จันทร์จำเริญ (ออตโต้) : กลอง
Producer
Lomosonic และ เทอดศักดิ์ ศิริเจน

ขอบคุณภาพประกอบจากเพจวง Lomosonic

Advertisements

2 คิดบน “[Review] LOMOSONIC : ECHO & SILENCE

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s